ในโลกของการก่อสร้างที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งความรวดเร็วและแม่นยำ เทคโนโลยีด้านวัสดุก่อสร้างและกระบวนการผลิตได้เข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น โดยหนึ่งในนวัตกรรมที่กำลังเปลี่ยนโฉมวงการก่อสร้างอย่างชัดเจนคือ Prefab หรืออาคารแบบชิ้นส่วนประกอบที่เน้นการผลิตส่วนต่าง ๆ ให้สำเร็จจากในโรงงานก่อน แล้วค่อยนำมาประกอบที่หน้างาน เน้นความสะดวก แม่นยำ และประหยัดเวลา
บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักว่า Prefab คืออะไร แล้ว Prefabricated Buildings มีกี่รูปแบบ ไปจนถึงการอธิบายข้อดีของ Prefab เรียกได้ว่าถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาวิธีการก่อสร้างที่รวดเร็ว คุ้มค่า และยั่งยืน นี่คืออีกหนึ่งมิติของการก่อสร้างที่ไม่ควรมองข้าม
Highlight
สารบัญบทความ
Prefabrication หรือการผลิตชิ้นส่วนก่อสร้างสำเร็จรูป Prefabrication คือกระบวนการทางเทคนิคที่องค์ประกอบของอาคาร (Building Components) เช่น ผนัง พื้น หรือโครงสร้าง ถูกสร้างขึ้นล่วงหน้าในโรงงานหรือพื้นที่ที่ควบคุมได้ แล้วจึงขนส่งไปยังไซต์งานเพื่อทำการติดตั้ง (Assembly / Erection) แทนที่จะเป็นการก่อสร้างแบบดั้งเดิมที่ทำทุกอย่างที่หน้างาน
Prefabrication ถูกนำมาใช้เพื่อลดงานประเภท “Wet Works” หรือการก่อสร้างที่ต้องใช้วัสดุเปียก เช่น การหล่อคอนกรีต การฉาบปูน ซึ่งมักใช้เวลาและต้องอาศัยสภาพอากาศที่เหมาะสม วิธีนี้จึงถูกแทนที่ด้วยการก่อสร้างแบบ “Dry Construction” หรือการประกอบชิ้นส่วนสำเร็จรูป ซึ่งทำได้รวดเร็วกว่า มีความสะอาด และสามารถควบคุมคุณภาพได้ดีกว่า ทำให้งานก่อสร้างแล้วเสร็จได้ตามกำหนดเวลาและมีมาตรฐานสูงขึ้น
ปัจจุบันงานก่อสร้างหลายประเภทเริ่มหันมาใช้รูปแบบ Prefab มากขึ้น เพราะช่วยประหยัดเวลาและควบคุมคุณภาพได้ดี โดยเฉพาะในโครงการที่ต้องการความรวดเร็วหรือพื้นที่จำกัด การเลือกใช้ Prefab ให้เหมาะกับงานจึงมีความสำคัญไม่น้อย และเพื่อให้เข้าใจมากขึ้นว่าการก่อสร้างรูปแบบนี้ตอบโจทย์งานแบบใด ลองมาดูกันว่า Prefab มีให้เลือกกี่ประเภท และแต่ละแบบต่างกันอย่างไร
ชิ้นส่วนสำเร็จรูป ประกอบด้วยชิ้นส่วนโครงสร้างที่สำคัญ เช่น คาน พื้น และผนัง ที่ผลิตขึ้นในโรงงานอย่างแม่นยำและได้มาตรฐาน จากนั้นจึงนำมาประกอบที่หน้างาน เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของอาคารที่แข็งแรง มีข้อดีคือมีความยืดหยุ่นในการทำงานสูง ประกอบหน้างานได้ง่าย ลดระยะเวลาการก่อสร้างได้อย่างมาก
Component Prefab (ชิ้นส่วนสำเร็จรูป) จึงเหมาะกับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ เช่น อาคารสูง โรงงานอุตสาหกรรม หรือสะพานที่ต้องการความรวดเร็วและมาตรฐานสูง
Prefab ประเภทแผงสำเร็จรูป คือการผลิตชิ้นส่วนโครงสร้างขนาดใหญ่ที่เป็นแผ่น (Panel) เช่น ผนังหรือพื้น ที่มีการติดตั้งวัสดุฉนวน ประตู หรือหน้าต่างมาแล้วบางส่วนจากโรงงาน จากนั้นจะถูกนำไปประกอบที่ไซต์งาน มีข้อดีคือช่วยลดภาระงาน on-site ได้อย่ามีประสิทธิภาพ และสามารถติดตั้งได้รวดเร็ว
Prefab ประเภทแผงสำเร็จรูปจึงเหมาะกับงานก่อสร้างบ้านจัดสรร อาคารสำนักงาน หรืออาคารพาณิชย์ทั่วไปที่ต้องการความรวดเร็วในการก่อสร้างและผิวผนังที่ได้มาตรฐาน
Modular System เป็น Prefab ในรูปแบบส่วนสำเร็จรูปที่เกือบจะสมบูรณ์ ผลิตออกมาในรูปแบบกล่องหรือทั้งห้อง เช่น ห้องน้ำ ห้องพัก ห้องครัว เป็นต้น จากนั้นจะถูกขนส่งไปติดตั้งและเชื่อมต่อกันที่ไซต์งาน มีข้อดีคือลดระยะเวลาการก่อสร้างหน้างานได้มากที่สุด อีกทั้งยังสามารถควบคุมคุณภาพได้ง่าย
Prefab ประเภทโมดูลสามมิติงเหมาะกับงานที่ต้องการความรวดเร็ว เช่น โรงแรม โรงพยาบาล ออกแบบร้านค้า หรือสิ่งก่อสร้างชั่วคราว เช่น สำนักงานสนามหรือสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ห่างไกล
Hybrid Prefab คือการรวมเอาการก่อสร้างหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน เช่น การใช้โครงสร้างหลักแบบ Modular และใช้ชิ้นส่วน Panelized สำหรับส่วนที่ต้องการความยืดหยุ่น หรือใช้ชิ้นส่วน Component ในบางจุด มีข้อดีคือสามารถเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละส่วนของโครงการ ผสมผสานจุดเด่นของแต่ละระบบเพื่อลดระยะเวลาและต้นทุน
Hybrid Prefab เหมาะกับงานที่เป็นโครงการใหญ่ มีความซับซ้อนสูง เช่น อาคารสูง โรงพยาบาล หรือศูนย์การค้า รวมถึงโครงการที่ต้องการการออกแบบเฉพาะอื่น ๆ
Fit-out Prefab คือการนำชิ้นส่วนงานตกแต่งภายในที่ผลิตและประกอบเสร็จเรียบร้อยแล้วจากโรงงานไปติดตั้งในพื้นที่จริง เช่น การทำผนังภายใน การวางเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินสำเร็จรูป การทำชุดครัวสำเร็จรูป มีข้อดีคือช่วยประหยัดเวลา ควบคุมคุณภาพงานได้ดี และลดการทำงานที่ไซต์งาน
Fit-out Prefab เหมาะกับงานที่เป็นการOffice construction และพื้นที่เชิงพาณิชย์ ที่ต้องการปรับเปลี่ยนการจัดวางภายในอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ หรือโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ที่ต้องการสร้างห้องพักจำนวนมากในเวลาจำกัด
ในยุคที่การก่อสร้างต้องแข่งขันกับเวลา งบประมาณ และข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อม การใช้ Prefab กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยมีข้อดีหลัก ๆ ดังนี้
อย่างไรก็ตาม Prefab ยังมีข้อจำกัดบางประการ ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดในการขนส่งที่อาจใช้เวลานาน หรือหากแบบก่อสร้างมีการเปลี่ยนแปลงหน้างาน ก็จะส่งผลกระทบต่อตัวชิ้นส่วนที่ผลิตไว้แล้วได้ ดังนั้น หากวางแผนการก่อสร้างหรือบิ้วอินด้วยกระบวนการ Prefab จำเป็นต้องมีการวางแผนก่อนหน้าอย่างแม่นยำด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์
Prefab ได้เปลี่ยนแปลงแนวทางการก่อสร้างในปัจจุบันอย่างชัดเจน ด้วยการนำชิ้นส่วนสำเร็จรูปมาประกอบที่หน้างาน ทำให้การก่อสร้างมีความรวดเร็ว แม่นยำ และประหยัดต้นทุน ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจสมัยใหม่ที่เน้นประสิทธิภาพและความยั่งยืน
สำหรับผู้ประกอบการที่มองหาผู้เชี่ยวชาญในการนำเทคโนโลยีมาใช้กับโครงการเชิงพาณิชย์ iwa Design พร้อมให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ 承接室内装饰工程。 ไปจนถึงรับทําเฟอร์นิเจอร์ตามแบบ พร้อมออกแบบตู้บิ้วอิน, เคาน์เตอร์, ห้องน้ำสำเร็จรูป ในรูปแบบ Fit-out Prefab เพื่อสร้างพื้นที่ที่ตอบโจทย์แบรนด์ทุกระดับ
สนใจบริการออกแบบ บิ้วอิน หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
RELATED ARTICLES

8 ไอเดียออกแบบโรงแรม สร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร
Read < 1 minute

การบริหารเวลาในงานก่อสร้างภายใน
Read < 1 minute อิวา ดีไซน์ เราเติบโตมากับงานก่อสร้างภายใน ประเภท Commercial ดังนั้นการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพและเสร็จทันตามกำหนดถือเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้งานเสร็จทันตามกำหนดเวลา และไม่ส่งผลกระทบต่องานในขั้นตอนอื่นๆ อิวา ดีไซน์จะมาแชร์เคล็ดลับดีๆจากการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์กว่า 10 ปี
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
สาระน่ารู้
2012 iwa Design (Thailand) Co Ltd. All right reserved.